วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

น้ำเต้าหู้

 

น้ำเต้าหู้ หรือ นมถั่วเหลือง เป็นเครื่องดื่มซึ่งทำจากการบดถั่วเหลืองและนำไปต้มกรองจนเจือจางลง อาจปรุงด้วยน้ำตาลและอื่น ๆ รับประทานได้ทันที นิยมรับประทานเป็นมื้อเช้าคู่กับปาท่องโก๋ หรือทำเป็นน้ำเต้าหู้ทรงเครื่องโดยใส่สาคู ลูกเดือย ข้าวบาร์เลย์ ถั่วแดง วุ้น หรือธัญพืชชนิดอื่น ๆ ตามชอบ

กะหลํ่าผัดนํ้าปลา



 

วิธีทำกะหลํ่าผัดนํ้าปลา

 
 
 
 

 

วิธีทำยำวุ้นเส้น

 
 

กระเจี๊ยบแดง

 
 

กระเจี๊ยบแดง ภาคเหนือ เรียก ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง เงี้ยว แม่ฮ่องสอนเรียก ส้มปู จังหวัดตาก เรียก ส้มตะแลงเครง ภาคกลาง เรียก กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบเปรี้ยวเป็นพืชสมุนไพรที่เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 3–6 ศอก ลำต้นและกิ่งก้านมีสีม่วงแดง ใบมีหลายแบบด้วยกัน ขอบใบเรียบ บางทีก็มีรอยหยักเว้า 3 หยัก สีของดอกเป็นสีชมพู ตรงกลางดอกมีสีเข้มมากกว่าขอบนอกของกลีบ กลีบดอกร่วงโรยไป กลีบรองดอกและกลีบเลี้ยงก็จะเจริญเติบโตขึ้นอีกเกิดเป็นสีม่วงแดงเข้มหุ้มเมล็ดเอาไว้ภายใน

การขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ดปลูก ควรปลูกในหน้าฝน พรวนดินก่อนปลูก ขุดหลุมปลูกหลุมละ 2-3 เมล็ด ระยะห่างของหลุมประมาณ ½-1 เมตร พอต้นอ่อนงอกออกมาแล้ว ให้ถอนต้นที่อ่อนแอกว่าออกไปเอาต้นที่แข็งแรงไว้ รดน้ำ ใส่ปุ๋ย พรวนดิน กำจัดวัชพืชออกให้หมด

 

 

 


 

วิธีทำทอดมันกุ้ง

 
 

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

กะละแม

กะละแม เป็นขนมไทยลักษณะเป็นแป้งเหนียวสีดำ เป็นขนมหนึ่งในสามชนิดที่นิยมทำขึ้นในวันปีใหม่ของคนไทยในสมัยก่อน ซึ่งจะต้องทำให้เสร็จก่อนวันสงกรานต์ คือ ข้าวเหนียวแก้ว ข้าวเหนียวแดง และกะละแม [1] ยังไม่ทราบว่ากะละแมมีที่มาจากขนมหวานของชาติใด บางท่านกล่าวว่ามาจากขนมกาลาเม็กของฝรั่งเศส หรือคาราเมลของอังกฤษ หรือเกละไมของชาวมลายู พุทธทาสภิกขุตั้งข้อเสนอว่าน่าจะมาจากขนมฮูละวะของอินเดียที่มีส่วนผสมเป็นนม แป้ง และน้ำตาล[2]

กะละแมมี 2 ชนิด แบ่งตามวิธีการกวนคือ [2]
  • กะละแมเม็ด (ดั้งเดิม) กะละแมแบบนี้สีเข้ม ขนมอาจจะมีลักษณะเป็นจุดๆแทรกอยู่
  • กะละแมแป้ง แต่ใส่แป้งข้าวเหนียวแทนเม็ดข้าวเหนียว กะละแมที่กวนขายในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นกะละแมแป้งเพราะทำง่ายกว่า

เมี่ยงมะม่วง

 เมี่ยงมะม่วงผมเคยกินเมี่ยงมาหลายประเภท ส่วนใหญ่ก็เป็นเมี่ยงที่อร่อยและผมชอบมาก เช่นเมี่ยงคำ เมี่ยงหอยแครง นอกจากจะอร่อยแล้วยังอุดมไปด้วยสมุนไพรหลายชนิดที่ดีต่อสุขภาพด้วย วันนี้นั่งดูอาหารแปลกๆ ในอินเตอร์เน็ต เห็นเมนูเมี่ยงมะม่วง ดูแล้วน่ารับประทานมาก ปกติมะม่วงเปรี้ยวเป็นของโปรดผมอยู่แล้ว ช่วงนี้มะม่วงใกล้ๆ บ้าน ก็เริ่มออกดอกติดลูกอ่อนเต็มต้นเลย อีกไม่กี่วันก็สามารถเก็บกินได้แล้ว มะม่วงเปรี้ยวเป็นผลไม้ที่เมื่อก่อนแทบไม่มีราคาแต่วันนี้บอกได้เลยว่าโคตรแพง ปีที่แล้วจำได้ว่ามะม่วงเปรี้ยว (ที่บ้านผมเรียกมะม่วงเบา)กิโลกรัมละเฉียดร้อยบาท ผมเองก็เพาะเม็ดมะม่วงไว้ ได้ต้นอ่อนหลายต้น ปีนี้กะว่าพอฝนเริ่มตกซักหน่อยจะเอาไปปลูกรอบๆ บ้านเพิ่มอีก  มะม่วงเปรี้ยวเอามาทานคู่กับน้ำปลาหวานก็อร่อย ใส่ยำก็เยี่ยม วันนี้ได้สูตรเอามาทำเมี่ยงมะม่วง ซึ่งเหมาะที่จะเอามาทานเล่นเป็นของว่างอย่างยิ่ง ไว้ค่อยลองทำดู เมื่อมะม่วงข้างบ้านได้ขนาดแล้ว ค่อยมาดูกันว่าจะออกมาอย่างไรบ้าง เมี่ยงมะม่วง มีวิธีทำดังนี้


ส่วนประกอบและวิธีการทำ เมี่ยงมะม่วง

1 มะม่วงเปรี้ยวฝานเป็นแผ่นบางๆ 3 ลูก  เอาไว้ห่อเครื่องเคียง (เหมือนใช้ใบชะพลูห่อเมี่ยงคำ)

2 เตรียม มะพร้าวขูด(เอาแต่หน้ามะพร้าวสีขาว)  1.5 ถ้วยตวง , ถั่วลิสงคั่วบดหยาบ 1/2 ถ้วยตวง , ขิงแก่ซอยละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ , หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ , พริกขี้หนูซอย 10เม็ด , ใบมะกรูดซอยละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ , น้ำตาลปี๊บ 2.5 ช้อนโต๊ะ , เกลือป่น ปลายช้อนชา

3 นำมะพร้าวขูดคั่วในกระทะใช้ไฟให้อ่อนที่สุด คั่วจนมะพร้าวสุกกลายเป็นสีเหลืองทอง แล้วค่อยใส่เกลือและน้ำตาลปี๊บลงไป ผัดให้เข้ากันจนน้ำตาลปี๊บละลายเคลือบมะพร้าวจนแห้งดีแล้ว ก็ใส่กุ้งแห้งและถั่วลิสงลงไป ผัดเบาๆ พอเข้ากัน ก็ยกขึ้นจากเตา พักไว้ให้เย็นก่อน

4 เมื่อส่วนผสมของมะพร้าวคั่วเย็นดีแล้ว ก็ใส่ใบมะกรูด หอมแดง พริกขี้หนูลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกที เวลารับประทานก็ให้ม้วนแผ่นมะม่วงเปรี้ยวแล้วตักส่วนผสมใส่ลงไป รับประทานได้ทันที

เทคนิคการทำ เมี่ยงมะม่วง
1 ที่ต้องรอให้ส่วนผสมเย็นตัวก่อนแล้วค่อยใส่ ใบมะกรูด หอมแดง และพริกขี้หนู ก็คงเพราะไม่ต้องการให้ความร้อนที่สะสมอยู่ทำให้ใบมะกรูด หอมแดงและพริกขี้หนูมีสีตายนึ่ง(คล้ำซีด)
2 เมนูนี้สามารถทำเป็นของหวางสุดหรูหราได้ โดยการวางแผ่นมะม่วงในถ้วยแก้วใบเล็กๆ แล้ววางส่วนผสมของเมี่ยงลงไปบนแผ่นมะม่วง จะใช้ช้อนส้อมเล็กๆหรือไม้จิ้มฟันก็ได้เสียบไว้ให้หยิบกินได้สะดวก สามารถเอาขึ้นเป็นเมนูรับแขกงานจัดเลี้ยงหรูหราได้เลย